เทคนิคพื้นฐานยกระดับรสมือให้เหมือนมืออาชีพ
ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการปรุงอาหาร สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้อาหารจานธรรมดามีรสชาติที่โดดเด่นขึ้นมาคือการเข้าใจหลักการทำอาหารขั้นพื้นฐาน ซึ่งเชฟมืออาชีพใช้เป็นหลักปฏิบัติอยู่เสมอ
-
การควบคุมระดับความร้อน การใช้ไฟที่เหมาะสมกับประเภทของอาหารเป็นหัวใจหลัก เช่น การผัดผักต้องการไฟที่แรงและรวดเร็วเพื่อคงความกรอบและสีสันที่สดใส ในขณะที่การเคี่ยวเนื้อสัตว์ต้องการไฟที่อ่อนและสม่ำเสมอเพื่อให้เนื้อนุ่มละมุนลิ้น
-
ความสมดุลของรสชาติ อาหารที่อร่อยต้องมีความกลมกล่อม ไม่หนักไปทางรสใดรสหนึ่งจนเกินไป การตัดรสหวานเพียงเล็กน้อยในอาหารคาว หรือการเหยาะน้ำปลาคุณภาพดีเพื่อเพิ่มความหอม จะช่วยดึงรสชาติแฝงของวัตถุดิบหลักออกมาได้ดียิ่งขึ้น
-
การเตรียมวัตถุดิบขนาดเท่ากัน การหั่นผักหรือเนื้อสัตว์ให้มีขนาดที่ใกล้เคียงกันช่วยให้อาหารสุกพร้อมกันทั่วถึง ป้องกันปัญหาเนื้อสัตว์บางชิ้นสุกเกินไปจนแข็งกระด้าง หรือบางชิ้นยังไม่สุกดี
เมนูข้าวผัดปูสูตรพรีเมียม เมล็ดข้าวร่วนซุยหอมกลิ่นกระทะ
ข้าวผัดปูเป็นเมนูโปรดของใครหลายคน แต่การจะทำให้ออกมาเมล็ดข้าวเรียงตัวสวย ไม่แฉะ และมีกลิ่นหอมกรุ่นเหมือนร้านซีฟู้ดชื่อดังนั้น มีขั้นตอนที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
วัตถุดิบและส่วนผสมหลัก
-
ข้าวสวยแช่เย็นแปดชั่วโมง
-
เนื้ออกปูแกะนึ่งสุก
-
ไข่ไก่สดสองฟอง
-
กระเทียมจีนสับละเอียด
-
ต้นหอมซอย
-
ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย และพริกไทยป่น
ขั้นตอนการปรุงอย่างละเอียด
เริ่มต้นด้วยการตั้งกระทะให้ร้อนจัด จากนั้นใส่น้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย นำกระเทียมสับลงไปผัดจนเริ่มส่งกลิ่นหอมและมีสีเหลืองทอง ตอกไข่ไก่ลงไปในกระทะแล้วใช้ตะหลิวเขี่ยให้ไข่แดงและไข่ขาวผสมกันอย่างคร่าวๆ รอจนไข่เริ่มเซตตัวเกือบสุก จึงใส่ข้าวสวยที่แช่เย็นไว้ลงไป
เทคนิคสำคัญในขั้นตอนนี้คือการใช้ไฟแรงและใช้ตะหลิวบดบี้เมล็ดข้าวให้กระจายตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ไข่เคลือบเมล็ดข้าวทุกเม็ดอย่างทั่วถึง ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส และน้ำตาลทรายเพียงเล็กน้อย ผัดด้วยความเร็วขั้นสุดจนเมล็ดข้าวเริ่มเต้นบนกระทะและมีกลิ่นหอมไหม้ของกระทะจางๆ จากนั้นใส่เนื้ออกปูลงไป ค่อยๆ พลิกกระทะอย่างเบามือเพื่อไม่ให้เนื้อปูแตกเป็นชิ้นเล็กเกินไป ปิดท้ายด้วยการโรยต้นหอมซอยและพริกไทยป่น พลิกกระทะอีกสองสามครั้งแล้วตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ
เมนูต้มยำกุ้งน้ำข้นโบราณ รสจัดจ้านกลมกล่อม
ต้มยำกุ้งเป็นตัวแทนของอาหารไทยที่ผสมผสานสมุนไพรหลากชนิดเข้าด้วยกันอย่างลงตัว การทำน้ำซุปให้มีความเข้มข้น หอมมัน โดยไม่พึ่งพานมข้นจืดมากเกินไป สามารถทำได้ด้วยเคล็ดลับการใช้มันกุ้ง
วัตถุดิบและส่วนผสมหลัก
-
กุ้งแม่น้ำสดปอกเปลือกไว้หาง
-
เห็ดฟางผ่าครึ่ง
-
ข่าแก่หั่นแว่น ตะไคร้ทุบ และใบมะกรูดฉีก
-
น้ำพริกเผาคุณภาพดี
-
มะนาวสด น้ำปลา และพริกขี้หนูสวนบุบพอแตก
-
กะทิสดหัวกะทิ
ขั้นตอนการปรุงอย่างละเอียด
แกะเปลือกกุ้งและแยกมันกุ้งเก็บใส่ถ้วยไว้ นำเปลือกกุ้งไปต้มกับน้ำสะอาดจนเดี่ยวเพื่อทำเป็นน้ำซุปสต็อก กรองเอาเฉพาะน้ำซุปใสมาตั้งไฟใหม่ ใส่ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดลงไป ต้มจนน้ำซุปเดือดและส่งกลิ่นหอมของสมุนไพรโชยออกมา
ใส่มันกุ้งที่แยกไว้ลงไปคนให้ละลายในน้ำซุป ซึ่งจะทำให้น้ำซุปมีสีส้มสวยธรรมชาติตามแบบฉบับโบราณ จากนั้นใส่เห็ดฟางและกุ้งแม่น้ำลงไป เมื่อกุ้งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูและสุกกำลังดี ให้ใส่น้ำพริกเผาและหัวกะทิลงไป คนให้เข้ากันจนเดือดอีกครั้งแล้วปิดไฟทันที ขั้นตอนสุดท้ายคือการปรุงรสหลังจากปิดไฟแล้ว โดยใส่น้ำปลา พริกขี้หนูบุบ และน้ำมะนาวสด การปรุงน้ำมะนาวตอนที่น้ำซุปไม่ร้อนจัดจะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำมะนาวมีรสขมและทำให้ได้กลิ่นหอมสดชื่นของมะนาวอย่างเต็มที่
เมนูหมูกรอบสูตรเร่งด่วน กรอบนานเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ
หมูกรอบที่หนังฟูกรอบฟันไม่แตก เนื้อในยังคงความชุ่มฉ่ำ ไม่แห้งกระด้าง สามารถทำเองได้ที่บ้านโดยไม่ต้องเสียเวลาตากแดดเป็นวัน ด้วยการใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์การอาหารและเตาอบลมร้อนหรือหม้อทอดไร้น้ำมัน
วัตถุดิบและส่วนผสมหลัก
-
หมูสามชั้นแผ่นสี่เหลี่ยมหนาสม่ำเสมอ
-
เกลือป่นทะเล
-
น้ำส้มสายชู
ขั้นตอนการปรุงอย่างละเอียด
นำหมูสามชั้นไปต้มในน้ำเดือดโดยเอาด้านหนังลง ต้มประมาณสิบห้านาทีจนหนังหมูเริ่มสุกและนิ่ม นำขึ้นมาซับน้ำให้แห้งสนิท จากนั้นใช้ส้อมหรือเครื่องมือปลายแหลมทิ่มให้ทั่วหนังหมู ยิ่งทิ่มถี่มากเท่าไหร่ หนังหมูจะยิ่งฟูกรอบมากเท่านั้น หลังจากทิ่มจนทั่วแล้ว ให้ใช้มีดบากผิวหนังเป็นเส้นตรงลึกถึงชั้นไขมันเพื่อช่วยให้ความร้อนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ทาเอกลักษณ์ความกรอบด้วยการใช้น้ำส้มสายชูทาบางๆ บนผิวหนังหมู สารกรดจะช่วยดึงความชื้นออกจากผิวหนังทำให้แห้งตัวได้เร็วขึ้น จากนั้นโรยเกลือป่นให้ทั่ว นำเข้าเตาอบลมร้อนใช้อุณหภูมิหนึ่งร้อยยี่สิบองศาเซลเซียสเป็นเวลาสี่สิบห้านาทีเพื่อไล่ความชื้นในเนื้อออก เมื่อครบเวลาให้ปรับอุณหภูมิเพิ่มขึ้นเป็นสองร้อยองศาเซลเซียส อบต่ออีกประมาณยี่สิบนาที หนังหมูจะเริ่มพองฟูและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองกรอบอร่อย นำออกมาพักให้เย็นลงเล็กน้อยก่อนนำมาหั่นเป็นชิ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำอาหารทานเองที่บ้าน
ทำไมเวลาผัดผักที่บ้านแล้วผักมักจะมีน้ำออกมาเยอะและสีไม่เขียวสดเหมือนร้านอาหาร
สาเหตุหลักเกิดจากปริมาณไฟที่ไม่แรงพอและกระทะไม่มีความร้อนสะสมที่สูงเพียงพอ เมื่อใส่ผักลงไปในกระทะที่เย็น ความร้อนจะค่อยๆ ดึงน้ำออกจากเซลล์ของผักทำให้ผักแฉะ วิธีแก้ไขคือต้องเปิดไฟให้แรงที่สุดจนกระทะเริ่มมีควันขึ้นเล็กน้อย นำผักลงไปผัดอย่างรวดเร็วไม่เกินหนึ่งนาทีแล้วรีบตักขึ้นทันที
ควรเลือกซื้อน้ำปลาอย่างไรให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมไม่เค็มโดด
การเลือกซื้อน้ำปลาควรสังเกตฉลากที่เป็นน้ำปลาแท้เกรดพรีเมียม ซึ่งมักจะระบุว่าทำจากปลากะตักแท้ร้อยละเจ็ดสิบขึ้นไป และมีปริมาณน้ำตาลผสมอยู่เพียงเล็กน้อยเพื่อช่วยตัดรส น้ำปลาที่ดีจะมีสีน้ำตาลแดงโปร่งแสง หอมกลิ่นปลาเค็มอบอวล และเมื่อนำมาปรุงอาหารรสชาติจะเค็มละมุนมีรสหวานตามธรรมชาติที่ปลายลิ้น
วิธีเก็บรักษาข้าวสวยสำหรับนำมาทำข้าวผัดให้ได้เมล็ดร่วนสวยต้องทำอย่างไร
หลังจากหุงข้าวสุกแล้ว ให้ตักข้าวออกมาเกลี่ยใส่ถาดกว้างๆ เพื่อระบายความร้อนและความชื้นส่วนเกินออกให้หมด จากนั้นนำข้าวใส่ภาชนะปิดสนิทแล้วแช่ในตู้แช่เย็นธรรมดาอย่างน้อยหนึ่งคืน ความเย็นจะทำให้แป้งในเมล็ดข้าวเซตตัวแข็งขึ้น ส่งผลให้เวลานำไปผัด เมล็ดข้าวจะไม่แตกหักง่ายและไม่เกาะตัวกันเป็นก้อนแฉะ
การใช้น้ำมะนาวขวดแทนน้ำมะนาวคั้นสดส่งผลต่อรสชาติของอาหารอย่างไรบ้าง
น้ำมะนาวขวดมักจะมีส่วนผสมของกรดซิตริกและสารแต่งกลิ่นสังเคราะห์ ซึ่งจะให้รสชาติเปรี้ยวทื่อและขาดความหอมสดชื่นธรรมชาติ การนำไปใช้ในเมนูที่ต้องการความหอมเด่นชัด เช่น ต้มยำ หรือยำต่างๆ จะทำให้อาหารขาดมิติของรสชาติ ดังนั้นการใช้ผลมะนาวสดคั้นใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นหากต้องการรสชาติที่อร่อยเทียบเท่าเชฟ
ทำอย่างไรไม่ให้เนื้ออกไก่ที่นำมาปรุงอาหารแห้งและกระด้าง
อกไก่เป็นส่วนที่มีไขมันแทรกอยู่น้อยมาก จึงแห้งได้ง่ายเมื่อโดนความร้อน วิธีป้องกันคือการหมักเนื้ออกไก่ด้วยส่วนผสมที่ช่วยกักเก็บความชุ่มฉ่ำ เช่น แป้งมันสำปะหลังเล็กน้อย ซีอิ๊วขาว และน้ำมันพืช หรือใช้วิธีนำไปแช่ในน้ำเกลือความเข้มข้นร้อยละห้าเป็นเวลาสามสิบนาทีก่อนนำไปปรุงอาหาร จะช่วยให้เนื้ออกไก่นุ่มและเด้งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เพราะเหตุใดการทำแกงเขียวหวานบางครั้งจึงเกิดการแยกชั้นของกะทิมากเกินไปจนดูเลี่ยน
การแยกชั้นของกะทิเกิดจากการใช้ไฟที่แรงเกินไปในขั้นตอนการเคี่ยวเนื้อสัตว์หลังจากผัดพริกแกงแล้ว การทำแกงเขียวหวานที่ถูกต้องควรผัดหัวกะทิให้แตกมันพอดีในตอนแรกเพื่อดึงเอาน้ำมันมาผัดกับพริกแกงให้หอม จากนั้นเมื่อเติมหางกะทิและเนื้อสัตว์ลงไปแล้ว ควรปรับลดเป็นไฟอ่อนเพื่อเคี่ยวให้ทุกอย่างเข้าเนื้อ หากใช้ไฟแรงจนเดือดพล่าน กะทิจะแตกมันซ้ำซ้อนจนทำให้น้ำแกงแยกชั้นหนาและมีรสสัมผัสที่เลี่ยน
