คู่มือวางแผนการเงินฉบับวัยรุ่นสร้างตัว เริ่มต้นอย่างไรให้มั่นคงและยั่งยืน

by North Nolan
0 comments

การเริ่มต้นเข้าสู่ช่วงวัยทำงานหรือการสร้างธุรกิจในช่วงอายุน้อย เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทายอย่างมาก วัยรุ่นสร้างตัวจำนวนมากมีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอหากขาดการบริหารจัดการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ การวางรากฐานทางการเงินที่ถูกต้องตั้งแต่วันแรกที่เริ่มมีรายได้ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนความพยายามและความทุ่มเทให้กลายเป็นความมั่งคั่งที่มั่นคงในระยะยาว แทนที่จะเป็นเพียงความสำเร็จชั่วคราวแล้วต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่จากศูนย์

ปรับทัศนียภาพทางการเงิน จุดเริ่มต้นของความมั่งคั่ง

ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการลงทุนหรือการออมเงิน สิ่งแรกที่วัยรุ่นสร้างตัวจำเป็นต้องทำคือการปรับเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติต่อเรื่องเงินทอง เนื่องจากค่านิยมในสังคมยุคปัจจุบันมักกระตุ้นให้เกิดการบริโภคและการแสดงออกถึงความสำเร็จผ่านวัตถุสิ่งของอย่างรวดเร็ว

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความรวยและความมั่นคง

คนรุ่นใหม่จำนวนมากมักเข้าใจผิดว่าความร่ำรวยวัดกันที่จำนวนเงินที่หาได้ในแต่ละเดือน หรือสิ่งของนอกกายที่สามารถครอบครองได้ แต่ในความเป็นจริงทางเศรษฐศาสตร์ ความมั่งคั่งที่แท้จริงวัดจากจำนวนเงินที่เหลืออยู่และงอกเงยหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว คนที่มีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือนแต่อดออมไม่ได้เลยและมีหนี้สินล้นพ้นตัว ย่อมมีความมั่นคงทางการเงินน้อยกว่าคนที่มีรายได้สามหมื่นบาทแต่มีระบบการออมและการลงทุนที่สม่ำเสมอ

กฎทองของการจ่ายให้ตัวเองก่อน

หลักการพื้นฐานที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังที่สุดคือการเปลี่ยนสมการทางการเงิน จากเดิมที่คนส่วนใหญ่ใช้ระบบ รายได้ หัก รายจ่าย เท่ากับ เงินออม ให้เปลี่ยนมาใช้ระบบ รายได้ หัก เงินออม เท่ากับ รายจ่าย ทันทีที่เงินเดือนหรือกำไรจากการทำธุรกิจโอนเข้ามา ให้หักเปอร์เซ็นต์ที่กำหนดไว้ไปใส่ในบัญชีเงินออมหรือบัญชีลงทุนก่อนที่จะเริ่มใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน วิธีนี้จะช่วยจำกัดวงเงินการใช้จ่ายโดยอัตโนมัติและสร้างวินัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การสร้างเกราะป้องกันทางการเงิน ป้องกันความเสี่ยงก่อนคิดเติบโต

การเร่งสร้างรายได้และการลงทุนโดยไม่มีการป้องกันความเสี่ยง เปรียบเสมือนการสร้างตึกสูงบนรากฐานที่อ่อนแอ เมื่อเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ตึกนั้นย่อมพังทลายลงมาได้ง่าย

เงินสำรองฉุกเฉิน เสาหลักต้นแรกที่ต้องมี

เงินสำรองฉุกเฉินคือเงินสดหรือสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น บัญชีฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง ที่สามารถถอนออกมาใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤต เช่น การตกงานกะทันหัน ธุรกิจหยุดชะงัก หรือการเจ็บป่วย ตัวเลขมาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับวัยรุ่นสร้างตัวคือควรมีเงินสำรองก้อนนี้อย่างน้อย 3 ถึง 6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน สำหรับผู้ที่ทำอาชีพอิสระหรือทำธุรกิจส่วนตัวที่มีความผันผวนของรายได้สูง ควรขยับวงเงินสำรองขึ้นเป็น 6 ถึง 12 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน

การบริหารจัดการหนี้สินอย่างชาญฉลาด

หนี้สินสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักคือหนี้ดีและหนี้เสีย หนี้ดีคือหนี้ที่สร้างรายได้หรือเพิ่มมูลค่าในอนาคต เช่น หนี้เพื่อการศึกษาหรือหนี้เพื่อการลงทุนในธุรกิจที่ผ่านการวิเคราะห์มาอย่างดี ส่วนหนี้เสียคือหนี้ที่เกิดจากการอุปโภคบริโภคที่เสื่อมค่าลงอย่างรวดเร็ว เช่น หนี้บัตรเครดิตจากการซื้อของแฟชั่น หรือหนี้สินจากการผ่อนสินค้าฟุ่มเฟือย วัยรุ่นสร้างตัวควรกำจัดหนี้เสียให้หมดไปโดยเร็วที่สุด และควบคุมไม่ให้ยอดผ่อนชำระหนี้ทั้งหมดต่อเดือนเกินร้อยละ 30 ของรายได้รวม

ระบบการจัดสรรเงินแบบแยกบัญชีตามเป้าหมาย

การบริหารเงินที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีระบบที่ชัดเจนและไม่พึ่งพาเพียงแค่ความจำ การใช้ระบบแยกกระเป๋าเงินหรือแยกบัญชีธนาคารตามวัตถุประสงค์ช่วยให้เห็นภาพรวมทางการเงินได้อย่างชัดเจน

สูตรการจัดสรรเงินทุนเพื่อความสมดุล

หนึ่งในสูตรที่ได้รับการยอมรับและเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นคือสูตรการแบ่งสัดส่วนรายได้ออกเป็นสามส่วนหลัก เพื่อให้ชีวิตขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้โดยไม่เครียดจนเกินไป

  • ส่วนที่หนึ่ง ร้อยละ 50 สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น ได้แก่ ค่าอาหาร ค่าวางบิลประจำ ค่าเดินทาง ค่าที่พักอาศัย และหนี้สินที่จำเป็นต้องจ่าย

  • ส่วนที่หนึ่ง ร้อยละ 30 สำหรับการสร้างอนาคต ส่วนนี้จะถูกนำไปใช้ในการออมเงินระยะยาว การลงทุนในกองเทคโนโลยี การซื้อประกัน หรือการเก็บเงินเพื่อเป้าหมายใหญ่ในชีวิต

  • ส่วนที่หนึ่ง ร้อยละ 20 สำหรับความสุขส่วนตัว วัยรุ่นยังคงต้องการสังคมและการผ่อนคลาย เงินส่วนนี้สามารถนำไปใช้ท่องเที่ยว ทานอาหารร้านโปรด หรือซื้อของที่อยากได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด

การลงทุนเพื่อความมั่งคั่งในระยะยาว พลังของผลตอบแทนทบต้น

เมื่อมีเงินสำรองฉุกเฉินและระบบการออมที่นิ่งแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำเงินออมส่วนที่เหลือไปทำงานผ่านการลงทุน เพื่อให้เอาชนะอัตราเงินเฟ้อและสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว

พลังของเวลาและดอกเบี้ยทบต้น

ข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของวัยรุ่นสร้างตัวคือเวลา ยิ่งเริ่มต้นลงทุนตั้งแต่อายุน้อย พลังของดอกเบี้ยทบต้นยิ่งทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เงินจำนวนเท่ากันที่ลงทุนตั้งแต่อายุ 20 ปี จะเติบโตเป็นก้อนใหญ่กว่าเงินที่ลงทุนตอนอายุ 40 ปีอย่างมหาศาลเนื่องจากมีระยะเวลาในการสะสมและเติบโตยาวนานกว่า ดังนั้น อย่ารอให้มีเงินก้อนใหญ่แล้วค่อยเริ่มลงทุน การเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อยแต่ทำอย่างสม่ำเสมอคือหัวใจสำคัญ

การลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะสมและการกระจายความเสี่ยง

เนื่องจากยังมีอายุล่วงหน้าอีกหลายสิบปีก่อนถึงวัยเกษียณ วัยรุ่นจึงเป็นวัยที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูงกว่าวัยอื่นๆ สินทรัพย์ที่ควรศึกษาและพิจารณาลงทุนแบ่งออกตามระดับความเสี่ยงและความเหมาะสม เช่น กองทุนรวมดัชนี หุ้นเติบโตพื้นฐานดี หรือสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการกระจายความเสี่ยง ไม่ควรอัดเงินทั้งหมดลงในสินทรัพย์ชนิดเดียว และที่สำคัญที่สุดคือห้ามลงทุนในสิ่งตนเองไม่มีความรู้ความเข้าใจอย่างเด็ดขาด

การลงทุนในตัวเอง สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด

นอกเหนือจากการลงทุนในตลาดการเงินแล้ว สินทรัพย์ชนิดเดียวที่จะไม่มีวันเสื่อมค่าและไม่มีใครสามารถแย่งชิงไปได้คือตัวของคุณเอง การจัดสรรเงินและเวลาเพื่อพัฒนาทักษะความรู้เป็นสิ่งที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการหาเงินให้สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

การพัฒนาทักษะแห่งอนาคตและการสร้างรายได้หลายทาง

ในยุคเศรษฐกิจปัจจุบัน การพึ่งพารายได้จากแหล่งเดียวมีความเสี่ยงสูง วัยรุ่นสร้างตัวควรใช้เวลาว่างในการศึกษาทักษะเสริมที่ตลาดมีความต้องการสูง เช่น ทักษะด้านเทคโนโลยี ภาษาต่างประเทศ การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการตลาดดิจิทัล การมีความรู้ที่หลากหลายจะช่วยเปิดโอกาสในการสร้างอาชีพที่สองหรือธุรกิจเสริม ซึ่งจะกลายเป็นท่อน้ำเลี้ยงหลักที่ช่วยเร่งอัตราการออมและการลงทุนให้ไปถึงเป้าหมายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

หากเริ่มทำงานประจำได้เงินเดือนไม่มาก จะสามารถแบ่งเงินมาลงทุนได้อย่างไร

ควรเริ่มต้นจากจำนวนเงินที่น้อยที่สุดที่ระบบการลงทุนอนุญาต เช่น การตั้งค่าตัดบัญชีอัตโนมัติเพื่อซื้อกองทุนรวมขั้นต่ำเดือนละ 500 หรือ 1000 บาท สิ่งสำคัญในช่วงเริ่มต้นไม่ใช่จำนวนเงินแต่คือการสร้างพฤติกรรมและวินัยในการออม เมื่อรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคตจึงค่อยขยับสัดส่วนการลงทุนให้มากขึ้นตามลำดับ

ระหว่างการเร่งรีบโปะหนี้บ้านกับเอาเงินไปลงทุนในกองทุนรวม ควรเลือกทำสิ่งใดก่อน

ให้พิจารณาจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทน หากดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านต่ำกว่าผลตอบแทนเฉลี่ยที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ การจ่ายค่างวดตามปกติแล้วนำเงินส่วนเกินไปลงทุนอาจสร้างผลประโยชน์ได้มากกว่า แต่หากเป็นหนี้ประเภทที่มีดอกเบี้ยสูงมาก เช่น หนี้บัตรเครดิต ควรมุ่งเน้นไปที่การปิดหนี้เหล่านั้นให้หมดก่อนเป็นอันดับแรก

การทำบัญชีรายรับรายจ่ายเป็นสิ่งจำเป็นจริงไหมสำหรับยุคปัจจุบันที่ใช้ระบบไร้เงินสด

ยังคงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพฤติกรรมการจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชันและบัตรเครดิตทำให้เงินออกจากบัญชีได้ง่ายและจับต้องยากกว่าเงินสด การจดบันทึกรายจ่ายช่วยให้เราเห็นจุดรั่วไหลทางการเงินว่าเงินหายไปกับสิ่งของที่ไม่จำเป็นชนิดใดบ้าง เพื่อนำมาปรับปรุงแผนการใช้จ่ายในเดือนถัดไป

วัยรุ่นสร้างตัวควรซื้อประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพตอนอายุเท่าไหร่

ควรเริ่มทำทันทีเมื่อเริ่มมีรายได้เป็นของตัวเองและมีคนที่อยู่ข้างหลังต้องดูแล เบี้ยประกันสุขภาพและประกันชีวิตสำหรับคนอายุน้อยจะมีราคาถูกมากและผ่านเกณฑ์การพิจารณาได้ง่ายเนื่องจากร่างกายยังแข็งแรง การมีประกันช่วยโอนย้ายความเสี่ยงเรื่องค่ารักษาพยาบาลในอนาคตไม่ให้มาเบียดบังเงินเก็บที่กำลังสร้างตัว

ควรจัดการอย่างไรหากคนในครอบครัวหยิบยืมเงินจนกระทบกับแผนการเงินของตัวเอง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถาบันครอบครัวมีอิทธิพลต่อวัยรุ่นสร้างตัวสูง วิธีการจัดการคือต้องกำหนดวงเงินสูงสุดที่สามารถช่วยเหลือได้โดยไม่กระทบกับเงินสำรองฉุกเฉินและเงินออมเพื่ออนาคตของตัวเอง หากเกินกว่านั้นต้องกล้าปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาด้วยเหตุผล การช่วยคนอื่นจนตัวเองล้มจะไม่สามารถสร้างความมั่นคงให้ใครได้ในระยะยาว

จำเป็นต้องตัดขาดจากกิจกรรมทางสังคมและเพื่อนฝูงเพื่อประหยัดเงินสร้างตัวหรือไม่

ไม่จำเป็นและไม่ควรทำเช่นนั้น การสร้างตัวที่ตึงเครียดเกินไปจนขาดความสุขและตัดขาดจากสังคมมักจะล้มเหลวในระยะยาวเพราะทนความกดดันไม่ไหว สิ่งที่ควรทำคือการวางแผนงบประมาณสำหรับกิจกรรมทางสังคมให้ชัดเจน เช่น กำหนดเงินสำหรับปาร์ตี้หรือท่องเที่ยวกับเพื่อนไว้ที่ร้อยละ 10 ถึง 15 ของรายได้ และรักษาวงเงินนั้นไว้อย่างเคร่งครัด

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาที่เหมาะสมในการลาออกจากงานประจำมาทำธุรกิจส่วนตัวเต็มตัว

ควรลาออกเมื่อธุรกิจเสริมมีรายได้สุทธิสม่ำเสมอติดต่อกันอย่างน้อย 6 ถึง 12 เดือน และรายได้นั้นครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำเป็นทั้งหมดในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินสำหรับภาคธุรกิจและภาคบุคคลแยกต่างหากเรียบร้อยแล้ว เพื่อรองรับความเสี่ยงในช่วงเปลี่ยนผ่านที่ยอดขายอาจยังไม่นิ่ง

You may also like